Masukมื้อเย็นของบ้านคุณาปกรวันนี้กลับไร้เงาของคุณหญิงพรรณพิลัย แหงล่ะ! มีสมาชิกใหม่เพิ่มมาอีกคน แถมเป็นคนที่เธอเกลียดเข้าไส้ใครจะไปนั่งกินได้ลงไม่เหมือนสามีของเธอที่ทำตัวเหมือนทองไม่รู้ร้อน ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา
“ป้านวลคุณหญิงล่ะ” เมื่อเห็นสมาชิกพร้อมหน้า เว้นแต่พรรณพิลัยสืบศักดิ์เลยเอ่ยถาม
“เอ่อ…คุณหญิงท่านรู้สึกไม่ค่อยสบาย ทานอาหารไม่ค่อยลงเลยไม่ลงมาร่วมรับประทานค่ะ”
“เรียกหมอมาดูอาการหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ แค่ช่วงนี้เครียดไปหน่อย”
“หากคุณหญิงเครียดมากไปก็หาอะไรทำจะได้ไม่เก็บเรื่องหยุมหยิมมาใส่ใจ”
“ค่ะ”
“งั้นก็ทานกันเถอะ” สานฝันตาเป็นประกายนั่งทานข้าวข้างทศวรรษ คอยถามไถ่และตักข้าวให้เป็นยระยะ ท่านเจ้าสัวส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับลูกสาวคนเล็กที่ดูท่าจะเอาอกเอาใจพี่สะใภ้…จะเรียกสะใภ้ก็เรียกไม่เต็มปากเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย ท่านเจ้าสัวได้แต่ถอนหายใจและนั่งทานข้าวไปเงียบ ๆ สืบสานเองก็เช่นกัน มีเพียงเสียงพูดคุยของสานฝันและทศวรรษที่ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง
“พี่ทศลดน้ำหนักอยู่เหรอคะ”
“ฮะ หา เอ่อ นิดหน่อย” ทศวรรษไม่รู้เลยว่าตัวเองตักแต่แกงจืดเข้าปากอย่างเหม่อลอย แต่ข้าวในจานของทศวรรษมันกลับดูชุ่มน้ำแปลก ๆ ไม่เหมือนกับข้าวที่ถูกราดด้วยซุป ทศวรรษเองก็ไม่มีกะจิตกะใจจะมาใส่ใจชามข้าวสวยตรงหน้า สานฝันเลยถือวิสาสะตักเข้าปาก
“แหวะ ถุย ๆ” สานฝันคายข้าวใส่ในจานโดยไม่รักษามารยาท
“สานฝัน!” ท่านเจ้าสัวเอ็ดเสียงเข้ม แต่สานฝันไม่ยอม
“คุณพ่อ ข้าวในจานพี่ทศคลุกเกลือเค็มปี๋แบบนี้ใครจะทานลงคะ” ก่อนจะหันหน้าไปหาหัวหน้าแม่ครัวอย่างศรีนวล
“ป้านวล?” เสียงเรียกของคุณหนูสานฝันทำเอาคนแก่อย่างเธอสะดุ้งโหยง
“เกิดอะไรขึ้น” ท่านเจ้าสัววางช้อนก่อนจะประสานมือกันในอากาศเอ่ยถามแม่บ้านที่อยู่รับใช้มายาวนาน
“ศรีนวลเกิดอะไรขึ้น”
“คือ…อาจจะหยิบผิดน่ะค่ะ”
“หยิบผิด ทำไมเป็นจานของพี่ทศคนเดียวล่ะคะ” สานฝันลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างทศวรรษ แต่เจ้าตัวกลับก้มหน้าก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเบาหวิว
“ช่างเถอะ พี่ไม่เป็นไร”
“จะไม่เป็นไงได้ไงคะ คุณพ่อ หากเป็นยาพิษขึ้นมาพี่ทศไม่ตายคาบ้านเราเหรอคะ”
“สานฝัน” ทอฝันปรามน้องสาวที่โวยวายเสียงดังขึ้นมาทุกทีตามอารมณ์คุกรุ่นที่พุ่งขึ้นสูง
“ศรีนวลอย่าให้มีครั้งที่ 2 ทศวรรษเป็นแขกของบ้าน เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าบ้านคุณาปกรใจไม้ไส้ระกำ”
“ค่ะคุณท่าน” ศรีนวลก้มหน้ามือกอบกุมที่ท้องน้อยด้วยใบหน้าซีดเผือด
“แล้วบอกคุณหญิงด้วยว่าบ้านพักที่เชียงใหม่เริ่มเก่าแล้ว หาเวลาไปปรับปรุงบ้างก็ดี จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”
“ค่ะคุณท่าน” ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมายแต่สืบศักดิ์กับพรรณพิลัยกลับแยกห้องนอนกันมาตั้งนานหลายสิบปีแล้ว ท่านเจ้าสัวชอบความสงบไม่เหมือนกับพรรณพิลัยที่ชอบออกงานสังสรรค์รื่นเริงไปกับเหล่าคุณหญิงคุณนายบ้านอื่น โดยเฉพาะไอ้กาล่างานกุศลอะไรนั่น ทำกุศลเสียมากมายแต่จิตใจกลับไม่ได้ปล่อยวางเหมือนภาพลักษณ์ที่แสดงออกไปให้ใครได้เห็น
อาหารมื้อแรกของทศวรรษภายใต้รั้วบ้านคุณาปกรก็ผ่านไปทั้งอย่างนั้น แต่พรรณพิลัยที่แม่บ้านคนสนิทเล่าให้ฟังถึงกับเต้นเร่า ๆ ไฟแค้นในอกยิ่งสุมมากขึ้นไปอีก หมอนั่นก้าวเท้าเข้าบ้านมาไม่ทันไร สามีของเธอก็ดูเหมือนจะเข้าข้างอีกฝ่ายเสียแล้ว
แถมบ้านพักที่เชียงใหม่นั่นก็มีความหลังที่เคยผ่านมา เหตุการณ์ครั้งนั้นทิ่มแทงเธอทุกครั้งที่นึกถึง คนที่ผลักไสเธอให้ทำเรื่องเลวทรามพวกนี้ทั้งหมดก็เพราะสามีของเธอไม่ใช่หรือไง แม้จะมีเงินทองมากมายแต่การเลี้ยงลูกคนเดียวทั้ง 3 คนก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คนอื่นคิด แล้วมันผิดตรงไหนที่เธอจะรักและใส่ใจลูกมากกว่าสามีตัวเอง
ลูกเป็นทุกสิ่ง ทุกอย่าง เธอเฝ้าเลี้ยงดูถนอมมากับมือ แล้วเรื่องอะไรจะยอมให้คนที่ไม่คู่ควรมาฉกฉวยของรักของเธอไปด้วยความไม่ยินยอม! แค่ข้าวคลุกเกลือยังน้อยไป ดีที่เธอไม่ให้อาหารหมา
โซฟาเบดแม้จะราคาแพงแต่ก็ไม่ได้นุ่มสบายเหมือนกับที่นอนที่ปูด้วยทอปเปอร์นุ่ม ๆ วันนี้ทศวรรษผ่านเหตุการณ์มามากมายจริง ๆ แม้ว่าจะเหนื่อยกายแต่หัวใจกลับคงเต้นไม่เป็นจังหวะอาจเป็นเพราะผ่านเรื่องราวระทึกขวัญมามากมาย หากข้าวชามนั้นเป็นยาถ่ายหรือไม่ก็ยาเบื่อ…ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อ บ้านคุณาปกรรวยล้นฟ้า อำนาจล้นมือเสียขนาดนั้น ดีไม่ดีเขาอาจถูกฝังที่อยู่ใต้ต้นชมพูพันธ์ุทิพย์ข้างล่างก็เป็นได้ ความคิดฟุ้งซ่านมากมายวิ่งวนในหัว ภายในห้องที่มืดสนิททศวรรษลืมตาค่อย ๆ ปรับสายตาให้เข้ากับความมืดลุกนั่งมองสืบสานที่นอนหันปลายเท้ามาทางเขา เห็นอีกฝ่ายนอนหลับสนิทแบบนี้เขาก็ดีใจ…ทศวรรษจ้องมองร่างที่นอนตะแคงหันข้าง ส่วนเว้าที่ทอดยาวไปตามร่างกายเหมือนกับภูเขาหลายลูกที่ทอดยาวเรียงต่อกัน อ้อมแขนกำยำนั้นที่คอยกอดเกี่ยวเขาเอาไว้แนบอกทุกคืน ทศวรรษหลับตาก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เดินไปยังม่านผืนใหญ่ที่เหมือนราตรีกาลโรยตัวห้อมล้อมให้ห้องนี้มืดสนิทมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือทั้งห้า ขอแค่มีม่านหน้าต่างผืนใหญ่นี้ปกคลุมแสงสว่างของดวงอาทิตย์หรือว่าแสงจันทร์ก็ไม่อาจสาดแสงทอประกายเข้ามายังห้องนอนแห่งนี้ได้
หากเมื่อก่อนตอนที่ยังรักกันดี เขาคงจะชื่นชอบห้องนอนแห่งนี้มาก ๆ ผ้าม่านผืนใหญ่ที่ปิดบังผืนฟ้าและราตรีข้างนอกนั่นเหมือนกำลังตัดขาดพวกเขาให้ขาดจากโลกภายนอกที่แสนวุ่นวาย ทศวรรษเลิกม่านออกก่อนจะเดินหายไปในรอยแยกของม่านหลังนั้น
หลังม่านเป็นหน้าต่างบานใหญ่ มีพื้นที่กว้างใหญ่ให้คนสองคนทอดตัวนอนดูดาวหรืออ่านหนังสือในยามว่าง แถมยังมีเบาะให้เอนตัวนอนเล่นอีกด้วย ไม่แปลกที่สืบสานจะเป็นหนอนหนังสือเพราะเขามีมุมอ่านหนังสือดี ๆ และน่าอิจฉาแบบนี้อยู่ในห้องนอนนี่เอง ทศวรรษชอบพื้นที่เล็ก ๆ นี้มากกว่าโซฟาหลังนั้น แม้ว่าจะได้อยู่ด้วยกันกับคนรัก แต่บรรยากาศมึนตึงระหว่างคนทั้งสองกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องอึดอัดยิ่งขึ้น ความเงียบที่โอบล้อมคนทั้งสองต่างก็สร้างความอึดอัดทำให้หายใจหายคอไม่สะดวก ทศวรรษนอนตะแคงข้างนอนเหม่อมองแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา คฤหาสน์คุณาปกรพื้นที่หลายสิบไร่ มูลค่าหลายร้อยล้านกลับมีเพียงที่เล็ก ๆ แห่งนี้ให้เขาได้พักผ่อนหย่อนใจ ที่ที่เป็นตัวของตัวเองโดยไม่มีใครเห็น ร้องไห้ได้อย่างสบายใจ และโอบกอดตัวเองโดยไม่ต้องเขินอาย ทศวรรษโอบกอดตัวเองอยู่อย่างนั้น โดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน รู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นตรงเส้นขอบฟ้าเสียแล้ว
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







